วิธีเลือกแอมป์ สำหรับกลองไฟฟ้า ต้องดูอะไรบ้าง?

ในหลายๆปีที่ผ่านมากลองไฟฟ้าเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น เรื่องเสียงของกลองจึงเป็นเรื่องนึงที่เราไม่ควรมองข้าม เพราะเสียงกลอง เป็นส่วนประกอบหลักที่สร้างอารมณ์ให้กับเพลง ไม่ว่าจะเป็นเวลาที่คุณซ้อมหรือขณะที่คุณกำลัง perform สดอยู่บนเวที แอมป์กลองจึงเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดเพราะกลองไฟฟ้าไม่สามารถสร้างเสียงออกมาได้ด้วยตัวของมันเอง จึงจำเป็นต้องใช้หูฟังหรือแอมป์กลองเพื่อที่เราจะได้ยินเสียงของมัน วันนี้เราจะมาพูดถึงในส่วนของแอมป์กลองกันว่า เวลาเราจะเลือกซื้อแอมป์สำหรับกลองไฟฟ้าสักตัวนึง เราจะต้องดูอะไรบ้าง เพื่อให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีและเหมาะกับการใช้งานของเราที่สุด

ไม่พูดพร่ำทำเพลง เรามาเริ่มกันเลย เวลาเราเลือกแอมป์เพื่อจะนำไปใช้สำหรับกลอง

เราควรจะพิจารณา 4 หัวข้อหลักๆ ได้แก่

1.power(watt) ให้เหมาะสมกับการใช้งานไม่น้อยไปหรือมากไป
2.คุณภาพเสียง ดอกลำโพงควรจะสามารถขับเสียงออกมาได้ครบทุกย่าน
3.in/out channel จำนวนของ input/output ต้องเพียงพอสำหรับการใช้งาน
4.ชุด control ต้องปรับได้ละเอียด เพียงพอและครอบคลุมการใช้งานทุกรูปแบบ

สำหรับใครที่อยากรู้ในรายละเอียดมากขึ้นก็ไปลุยต่อกันได้เลย

1.Power (watt) พาวเวอร์หรือกำลังขับ มีหน่วยเป็น วัตต์ (watt) ตัวนี้จะเป็นสิ่งที่บ่งบอกความดังของลำโพงนั่นเองยิ่ง watt สูงก็ยิ่งสามารถขับเสียงให้ออกมาได้ดังและมีคุณภาพมากเท่านั้น

 

Q : งั้นยิ่ง watt สูงก็ยิ่งดีนะสิ ?
A : ก็ถูกครับแต่ไม่ทั้งหมด อันที่จริงแล้วเราควรเลือกให้เหมาะกับที่เราใช้งานมากที่สุด ไม่มากเกินไปไม่น้อยเกินไป

Q : แล้วควรใช้กำลังกับกี่ วัตต์ดีละ?
A : กำลังวัตต์น้อยเกินไปอาจจะทำให้เสียงกลองของเราสู้เครื่องดนตรีอื่นๆไม่ได้ แต่ถ้าซื้อวัตต์สูงๆมาแล้วไม่ได้ใช้งานก็เกินความจำเป็นและจะเปลืองเงินเปล่าๆแถมยังจะเกะกะด้วย  ถ้าเราต้องการใช้แค่ซ้อมในบ้าน มีเล่นสดบ้างในบางโอกาส ขนาด 30-35 watt  ก็เพียงพอสำหรับการใช้งาน แต่ถ้าเราต้องการเน้นไปที่การเล่นสดมากขึ้น อาจจะต้องขยับขึ้นไปเป็น 50 watt และ ที่สำคัญต้องมี D.I. Out เพื่อที่จะสามารถไปออก PA ได้ ซึ่งเดี๋ยวผมจะอธิบายเพิ่มในหัวข้อที่ 3

2.คุณภาพเสียง (Sound Quality) กลองเป็นเครื่องดนตรีที่แตกต่างจากชนิดอื่นๆ เนื่องจากกลองมีย่านเสียงที่ค่อนข้างกว้าง ตั้งแต่ ย่านเสียงต่ำ (Low frequency) เช่นเสียง bass drum หรือเสียง tom ไปจนถึงย่านเสียงสูง(high frequency) เช่นเสียง ฉาบ แอมป์สำหรับกลองไฟฟ้าที่ดีจึงต้องสามารถขับเสียงได้ครบทุกย่าน

Q : ใช้แอมป์กีตาร์หรือแอมป์เบสแทนได้ไหม
ไม่แนะนำครับ เพราะเครื่องดนตรีชนิดอื่นๆ ก็มีย่านเสียงที่แตกต่างกันไป เช่นกีตาร์อาจจะเน้นไปที่เสียงกลาง-สูง
A : ทำให้ขาดเสียงต่ำไปส่งผลให้ bass drumไม่ลึก แห้งและบาง ส่วนแอมป์ เบสอาจจะมีย่านเสียงต่ำที่ดี แต่จะขาดย่านเสียงสูงไปทำให้ ฉาบ ต่างๆ ของเราไม่มีความใส อุดอู้ และ ทำให้กลองไม่มีความเด่น
Q : แล้วต้องดูยังไงว่าแอมป์แบบไหนถึงจะดี

A : แอมป์กลองไฟฟ้าที่ดีควรจะมีทั้ง  Tweeter เป็นดอกลำโพงเล็กๆ ไว้สำหรับขับเสียงสูง และควรจะมี Subwoofer เพื่อขับเสียงต่ำ
เพื่อให้สามารถรองรับได้ทุกย่านเสียง และขนาดดอกลำโพงควรจะมีขนาดที่เหมาะสม ถ้าดอกลำโพงเล็กไปคุณภาพเสียงก็อาจจะถูกขับออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควร แต่ถ้าดอกลำโพงใหญ่จึงต้องสัมพันธ์กับกำลังขับด้วย แต่จะเป็น แบบ Coaxial หรือ Separate ก็ได้

3.Input/Output channel  หัวข้อนี้ก็เป็นหัวข้อที่มองข้ามไม่ได้เช่นกัน นั่นคือจำนวน Port ต่างๆนั่นเอง ค่อนข้างแนะนำว่าอย่างน้อยควรจะมีอย่างน้อย 2 Port ไม่ว่าจะเป็น input หรือ output เช่น port นึงเป็น Input จากกลอง อีก port นึงเป็น Aux in/Bluetooth หรือจะเป็น port input จากกลอง และอีก port เป็น output ไปเข้า PA ก็ได้ เพื่อความยืดหยุ่นในการใช้งาน ยิ่งเรามี Port มากเท่าไหร่ก็จะยืดหยุ่นต่อการใช้งานมากเท่านั้น เช่น ในกรณที่เราอยากแจมกับเพื่อนๆหรือตีกลองพร้อมกับ Drum less song การที่มี  2 input ก็ทำให้เราสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น หรือในกรณีที่เราไปเล่นสดต้องการเอากลองไปออก PA การที่แอมป์กลองของเรามี Output ก็จะช่วยให้สะดวกขึ้นเยอะเลยไม่ต้องไปต่ออะไรให้ยุ่งยาก แต่ที่สำคัญ ถ้ามี Output ควรจะเป็น ​D.I. Out นะครับ เพราะว่าเวลาเรา ​​Out ไปเข้าที่ Mixer จะได้ไม่มีสัญญาณรบกวนแล้วก็ไม่ต้องไปผ่าน Direct Box ให้ยุ่งยาก

Q : สรุปแล้วควรเลือกแบบไหนดี
A : ถ้าใครที่เล่นสดด้วยไว้ซ้อมที่บ้านด้วยก็แนะนำให้ใช้รุ่นที่มีทั้ง Input/Output แต่ Outควรเป็น D.I. Out นะครับ ถ้าใครเล่นสดผมว่ายังไงก็ต้องมี D.I. Out หรือถ้าใครใช้ซ้อมที่บ้านอย่างเดียว ผมว่าถ้ามี Bluetooth ก็สะดวกดีนะครับ เพราะว่าเดี๋ยวนี้มือถือหลายๆรุ่นเขาก็ไม่ค่อยมีช่องเสียบหูฟังกันแล้ว

4.ชุด Control นี่เป็นหัวข้อที่สำคัญมากเช่นกัน เพราะมันส่งผลต่อเสียงกลองของเราโดยตรง แอมป์ที่ดีควรจะสามารถปรับ Level ของเสียงแยกในแต่ละ Input ได้ ไม่ว่าจะเป็น Line In หรือ Bluetooth

Q : ทำไมถึงต้องปรับเสียงแยกกันด้วย?
A : มันจะช่วยให้เราสามารถ Balance เสียงได้ง่ายขึ้น บางรุ่นมี  2 Input แต่ไม่สามารถปรับ Level แยกในแต่ละช่องได้ ทำให้ไม่สามารถ Balance เสียงได้ ซึ่งก็เป็นความยุ่งยากในระดับนึงเลยละครับ
Q : แล้วเรื่อง EQ  ล่ะ​? จำเป็นไหม?
A : ผมบอกเลยว่าจำเป็นมากครับ ผมคิดว่าอย่างน้อยควรจะ ปรับ Bass กับ Treble ได้ เพราะมันเป็นการสร้างโทนเสียงในสไตล์ของเรา บางรุ่นสามารถปรับ Tone ได้อย่างเดียว ผมคิดว่ามันยังแคบเกินไป แนะทำให้ใช่รุ่นที่สามารถปรับในแต่ละย่านเสียงได้อิสระดีกว่าครับ

สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจอยู่ ผมแบรนด์นึงที่ผมชอบมากเลยก็คือ Cool Music เพราะแบรนด์นี้ สามารถปรับ Input แยกได้ สามารถปรับ EQ ได้ และ Output เป็น D.I. Out ซึ่งเป็นจุดเด่นของเขาเลย หรือถ้าใครอยากได้เป็น Bluetooth ผมแนะนำ JOYO DA35 ตัวนี้สามารถ เชื่อมต่อ Bluetooth และสามารถปรับ Level ของ Bluetooth ที่ตัวแอมป์ได้เลยซึ่งมันจะสะดวกสุดๆ

แล้วมีตัวจบแนะนำไหม? อยากได้ที่ครอบคลุมทุกอย่างเลย

ถ้าใครอยากได้ตัวจบผมแนะนำ Cool Music DM-100 ตัวนี้คือแอมป์กลองที่มีทุกสิ่งที่มือกลองบนโลกนี้ต้องการ เดี๋ยวจะหาว่าผมเว่อร์ แอมป์กลองตัวนี้ มี Power 100 watt มี 4 Input ได้แก่ Line In x 2 USB x 1 และ Bluetooth และสามารถปรับ Level แยกกันได้ ที่สำคัญ สามารถ  D.I.Out ได้ และสามารถปรับ EQ ได้ถึง 3 ย่านเสียง Bass Mid และ Treble เรียกได้ว่าคุ้มสุดๆ และราคาเพียง 9พันกว่าบาทเอง

เดี๋ยวบทความถัดไปผมจะเอาแอมป์กลองไฟฟ้า 3 รุ่นในราคาไม่เกิน 5,xxx บาท มาแนะนำกันถ้าใครสนใจก็อย่าลืมกดติดตามไว้ด้วยนะครับ จะได้ไม่พลาดความรู้ดีๆแบบนี้ แล้วพบกันใหม่ สวัสดีครับ

ถ้าใครต้องการดูข้อมูลเพิ่มเติมหรือดูสินค้ารุ่นอื่นๆ ก็สามารถกดตรงนี้ได้เลยครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

15 + 20 =